Privacy Notice – PDPA

ประกาศใช้  วันที่ 01 กันยายน 2568

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

  1. เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท  อินเตอร์ ฟาร์มา เมดเทค จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อไปจะรวมเรียกว่า “บริษัท”  เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจประกอบการค้า นำเข้า-ส่งออก  ซื้อ  ขาย ให้เช่า และเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์   เป็นตัว เช่น เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟสบุ๊ค ของบริษัทเช่น เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟสบุ๊ค ของบริษัท เป็นต้น และช่องทางออฟไลน์ เช่น  โรงพยาบาล คลินิก เป็นต้น ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความประสงค์จะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจกับบริษัทและอาจจะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจกับบริษัท       ในอนาคตต่อไป ซึ่งได้ยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ดังนั้น นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดและให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความเข้าใจในแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทในเบื้องต้น  อาทิเช่น   การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้ง สิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

  1. คำนิยาม

     ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ คำต่อไปนี้ให้หมายถึง             

     “นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา เมดเทค จำกัด

     “บริษัท” หมายถึง บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา เมดเทค จำกัด

     “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้น อาทิเช่น ชื่อ นามสกุล                      ที่อยู่, วันเดือนปีเกิด, เพศ, หมายเลขโทรศัพท์ส่วนบุคคล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, เลขที่ในใบอนุญาตทำงาน   ที่อยู่อีเมล ชื่อและเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร, เลขบัตรเครดิต/เดบิต เป็นต้น ทั้งนี้ ให้หมายรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม

      “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล “เจ้าของข้อมูล” อาทิเช่น

  • ลูกค้า ได้แก่ ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือผู้รับบริการ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการต่าง ๆ  ผู้เข้าร่วมสัมมนากับบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง บุคคลอื่นใดที่ติดต่อกับบริษัทเพื่อสอบถามและ/หรือขอรับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นต้น 
  • คู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่  คู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายผลิตภัณฑ์  ตัวแทนจัดจำหน่าย  ผู้จัดหา  ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง  ที่ปรึกษา  รวมทั้ง  บุคคลอื่นใดที่ติดต่อ ประสานงาน เพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าว  เป็นต้น 

 

 

  1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

      (1)    การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำตามกรอบวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้  หรือเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัท อาทิเช่น 

  • เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย ของบริษัท เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้พิจารณาตัดสินใจและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัทได้ตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูล
  • เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำร้องขอและ/หรือดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลก่อนการซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือรับบริการ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการการสัมมนาต่าง ๆ  กับบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง การเข้าเป็นคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท 
  • เพื่อการลงทะเบียนในการซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ การสมัครสมาชิก  การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท                 
  • เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบข้อเสนอ สิทธิพิเศษ และ/หรือสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลด ของแถม โปรโมชั่นต่าง ๆ รวมทั้ง คำแนะนำและข้อมูลข่าวสารการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัท (ถ้ามี)
  • เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ เสนอ ให้ ใช้ และ/หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริการ รายการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ รวมทั้ง การพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการที่มีคุณภาพได้มาตราฐาน ให้ทันยุคทันสมัยและดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด
  • เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมทั้งการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการหลังการขายแก่เจ้าของข้อมูล เช่น การติดตาม ตอบข้อซักถามและ/หรือประเมินผลการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ การทำแบบสำรวจความ พึงพอใจ การทำแบบสอบถาม การจัดการข้อร้องเรียนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการกรณีหากมีการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ ( Call Center) บริษัทอาจจะมีการบันทึกการสนทนาไว้  เป็นต้น
  • เพื่อการจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลลูกค้า/ผู้มีอุปการคุณ
  • เพื่อการติดต่อ ประสานงาน ตอบข้อสักถาม ข้อสงสัยต่าง  ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ
  • เพื่อการจัดทำเอกสารสัญญาและ/หรือบันทึกข้อตกลง เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่าง ๆ กับบริษัท
  • เพื่อดำเนินการบริหารจัดการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัท
  • เพื่อการรับและส่งพัสดุเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ รับและส่งเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ
  • เพื่อการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับชำระเงินและ/หรือการรับชำระเงิน อาทิเช่น ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และ/หรือเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว
  • เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายขายและการตลาด ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัท รวมทั้ง  ตัวแทนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท  และ/หรือบริษัท หรือหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัท
  • เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ประสบการณ์และความเหมาะสมของคู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายผลิตภัณฑ์ ตัวแทนจัดจำหน่าย  ผู้จัดหา  ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง  ที่ปรึกษา ในการคัดเลือก การประมูลและ/หรือการประกวดราคา (ถ้ามี)เพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัท รวมทั้ง ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ  ของบริษัท (ถ้ามี)               
  • เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่และภาระผูกพันตามข้อตกลงและ/หรือสัญญาที่ทำกันไว้
  • เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ตามกฎหมาย
  • เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าวข้างต้นภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท

(2)     การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทกำหนด รวมทั้ง  แจ้งให้ทราบถึงการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือความจำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกรณีหากไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท  ให้เจ้าของข้อมูลทราบในคราวเดียวกัน ยกเว้น เจ้าของข้อมูลได้ทราบรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว  ทั้งนี้ การขอความยินยอมดังกล่าวจะกระทำโดยชัดแจ้งตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนดไว้ ยกเว้น  กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

  • เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติ ซึ่งได้จัดมีมาตรการการป้องกันที่เหมาะสม                 ทั้งนี้ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
  • เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตาม            คำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  • เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท

 (3)   การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะไม่เก็บจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ยกเว้น     ในบางกรณี อาทิเช่น บริษัทได้แจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบโดย ไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ เป็นต้น

 (4)    กรณีหากการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง                 ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า  ข้อมูลจำลองม่านตา  หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะกำหนด บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล ยกเว้น กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
  •   เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล
  • เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์  การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์  การจัดการด้านสุขภาพ  เพื่อการควบคุมมาตราฐานหรือคุณภาพเครื่องมือแพทย์ซึ่งได้จัดให้มีมาตราการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ  เป็นต้น 

                       ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมจะกระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามที่บริษัทจะได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลประกาศกำหนด

(5)    ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย การขอความยินยอมในการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ทั้งนี้  ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด 

  1. ข้อมูลที่เก็บรวบรวม

     บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น  ข้อมูลและ/หรือแบบฟอร์มการลงทะเบียนการซื้อผลิตภัณฑ์ การสมัครสมาชิก การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การเข้าร่วมสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท (ถ้ามี) การรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัท      (ถ้ามี)

  • ข้อมูลการติดต่อ ประสานงานของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้กับบริษัท อาทิเช่น ชื่อ  นามสกุล  ที่อยู่ ที่อยู่อีเมล  ไอดีไลน์  เบอร์โทรศัพท์ส่วนบุคคล เป็นต้น 
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนา  PASSPORT หรือ WORK PERMIT หรือ VISA  (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร หรือรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีธนาคาร เลขที่บัตรเครดิต /เดบิต
  • เอกสารสัญญาและ/หรือบันทึกข้อตกลง เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่าง ๆ กับบริษัท
  • เอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับการชำระเงินและ/หรือรับชำระเงินต่าง ๆ
  • แบบสอบถาม แบบประเมินผล แบบสำรวจ แบบคำร้องขอ แบบคำร้องเรียนต่าง ๆ
  • บันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ (Call Center) (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย ภาพถ่ายและ/หรือภาพเคลื่อนไหวในการเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ สัมมนาต่าง  ๆ                       ที่บริษัทได้จัดให้มีขึ้น (ถ้ามี)
  • ใบประกอบวิชาชีพ /ใบอนุญาต/ใบรับรองต่าง ๆ

                       ทั้งนี้  ข้อมูลที่เก็บรวบรวมตามข้อ 4.  ซึ่งจะรวมเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

  1.  การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

          (1)  การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลจะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะใช้หรือเปิดเผยข้อมูล                    ส่วนบุคคลและจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกรอบวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าของข้อมูล ยกเว้น ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยให้เจ้าของข้อมูลทราบและได้รับความยินยอมก่อนใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแล้ว  เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ตามตัวอย่างในข้อ 3.  (2) หรือ (4)

        สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บริษัทจะทำการบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมนั้นไว้เป็นหนังสือ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มและรายละเอียดตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทกำหนด อาทิเช่น รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม  วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเภท  ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิและวิธีการการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

        (2)   ในกรณีที่บริษัทจะมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องมีมาตราฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด หรือหากมีการกำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วน ทั้งนี้  เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

  1. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
  • บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาอันพอสมควรตามความจำเป็นในการเก็บรักษาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นตามแต่ละประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้เก็บรักษาไว้ แล้วแต่กรณี
  1. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

(1 )  เจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ จะมีข้อจำกัดสิทธิการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูล ทั้งนี้  การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ยินยอมไปแล้วโดยชอบ 

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ที่จะถอนความยินยอมให้ทำเป็นบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้  ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด

       (2)  เจ้าของข้อมูลสามารถขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมนั้นได้

       (3)  เจ้าของข้อมูลสามารถขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้  ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติเช่นเดียวกัน รวมทั้ง มีสิทธิดังนี้

  • ขอให้บริษัทส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
  • ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุม

ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง  ยกเว้น โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

                ทั้งนี้  ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนั้น จะใช้กับการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ หรือการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น                                

       (4)  เจ้าของข้อมูลสามารถขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์

เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง  เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท เป็นต้น

      (5)  เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้   ทั้งนี้  ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น  เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป เป็นต้น

      (6)  เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้  ทั้งนี้  ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด  อาทิเช่น  เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น

      (7)  เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

      (8)  เจ้าของข้อมูลสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท รวมทั้งพนักงานหรือ    ผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          ทั้งนี้  การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมีบางกรณีที่บริษัทอาจปฏิเสธการคัดค้าน หรือคำขอ และ/หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอการใช้สิทธิดังกล่าวของเจ้าของข้อมูลได้ อาทิเช่น  ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล  เพื่อประโยชน์สาธารณะ กรณีส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น  โดยบริษัทจะทำบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการและรายละเอียดตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทกำหนด

 

  1. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

     บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล จึงได้กำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมเพื่อปกปิดไว้เป็นความลับ ความถูกต้องครบถ้วนและสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้ง  เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข กระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ หรือทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของข้อมูล เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด  รวมถึง  การทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีและ/หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

       กรณีที่บริษัทต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท บริษัทจะดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

       การจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลร้องขอ หรือเจ้าของข้อมูลได้ถอนความยินยอม ยกเว้น เป็นการเก็บรักษาไว้ หรือการใช้ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น  การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับด้านการสาธารณาสุข เช่น เพื่อการป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในประเทศไทย เป็นต้น

       กรณีหากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล                        โดยไม่ชักช้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เว้นแต่ การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล กรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งเหตุการณ์ละเมิดให้เจ้าของข้อมูลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้า  ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดการดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

     กรณีเกิดเหตุละเมิดส่วนบุคคลสามารถขอแบบฟอร์มเอกสารได้ที่ฝ่ายบุคคลและฝ่ายอื่นๆที่ได้ทำการติดต่อและเกี่ยวข้องกันรายการเอกสารมีดังนี้

  1. แบบแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Breach Report Form)
  2. แบบคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล   (Data Subject Rights Request Form)
  1. ข้อมูลการติดต่อบริษัท

       ส่วนงานควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
       บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา  เมดเทค  จำกัด

       สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 118/110-111 ถ.ลาดกระบัง  แขวงลาดกระบัง เขต ลาดกระบัง กทม. 10520

       โทร : 02-123-3025
       เว็บไซต์  www.interpharmamedtech.com
       อีเมล dpo@interpharma.co.th

ส่วนงานควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
       บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา  เมดเทค  จำกัด

       สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 118/110-111 ถ.ลาดกระบัง  แขวงลาดกระบัง เขต ลาดกระบัง กทม. 10520

       โทร : 02-123-3025
       เว็บไซต์  www.interpharmamedtech.com
       อีเมล dpo@interpharma.co.th

  1. 10. การเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเว้นข้อความทั้งหมด หรือบางส่วนในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทเห็นสมควร เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและ/หรือกรณีที่มีประกาศใช้กฎหมายใหม่เพื่อให้บริษัทได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 01 กันยายน 2568 เป็นต้นไป  โดยให้ยกเลิกคำสั่งหรือประกาศใดๆ ที่ขัดแย้งกับคำสั่งฉบับนี้ และให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้แทน